หลังจากคราวที่แล้วพูดถึงเรื่องห้องน้ำแบบจีนๆไปแล้ว  วันนี้ขอพูดถึงอีกหนึ่งอาชีพ ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องใช้บริการพวกเค้า ซึ่งก็คือ แท็กซี่  ..
 
                  เราใช้บริการแท็กซี่บ่อยพอสมควร ช่วงแรกๆก็รู้สึกกลัวๆ กลัวว่าจะบอกทางเค้าไม่ถูก และแบบว่า..กลัวจะพูดภาษาจีนสื่อสารกับเค้าไม่เข้าใจ  ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆนะค่ะ ช่วงแรกๆ ก็เกิดปัญหาในการบอกทางและสื่อสารจริงๆ  แต่พอผ่านไปไม่นาน..ก็สามารถพูดคุยกับคนขับแท็กซี่ได้อย่างสบาย
 
 
                 แต่ที่ไม่น่าเชื่อ ... แต่ก็ต้องเชื่อก็คือ  คนขับแท็กซี่จีนนั้น มีความสนใจเกี่ยวกับประเทศไทยและคนไทยพอสมควรเลยทีเดียว  พอพวกเค้ารู้ว่า เราและพวกเราเป็นคนไทย  คนขับก็จะเริ่มหัวข้อสนทนาขึ้นมาทันที  บางคนก็มีมารยาทนะ แต่บางคนคุยไปใส่อารมณ์ไป.. ซึ่งก็ทำเอาเหล่าคนไทยอึ้งไปเลยทีเดียว
 
 
                หัวข้ออันดับต้นๆ ก็คือ เรืองการเมือง  ในช่วงปีที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการประท้วงระหว่างสีเสื้อ(ไม่ขอเอ่ยมากในส่วนนี้นะค่ะ) คนขับรถก็จะถามถึงสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทย ว่า อันตรายอย่างที่ข่าวออกมาหรือเปล่า แล้วถ้าให้กลับไปไทย จะกล้ากลับหรอ..อะไรประมาณนี้  ซึ่งเราเองก็ได้ดูข่าวนะค่ะ ตอนที่เราอยู๋ที่จีน ทางสื่อของจีนก็ได้น้ำเสนอสถานการณ์ของประเทศไทยในช่วงนั้น  ดูจากภาพข่าวก็เข้าใจนะว่าทำไมคนจีนถึงให้ความสนใจ เนื่องจากภาพข่าวที่นำเสนอนั้น ออกจะรุนแรง..และน่ากลัว  จึงไม่แปลกเลยค่ะ ที่พอคนจีนรู้ว่าเราหรือพี่ๆน้องๆเป็นคนไทย ก็มักจะถามเรื่องราวนี้  มีอยู่ครั้งนึง  เราไปซ้อมนาฬิกา  เจ้าของร้านพอรู้ว่าเราเป็นคนไทย  คำถามที่ยิงมาก็คือ  รู้มั้ยว่าตอนนี้ทักษิณอยู่ไหน ...  เออ...คำถามนี้เราก็ไม่สามารถตอบได้ ก็เลยตอบไปว่า ไม่รู้ค่ะ ..  จบประเด็นแต่เพียงเท่านี้
 
 
            ส่วนหัวข้อต่อมา ก็เป็นเรื่อง เศรษฐกิจ  ไม่ได้ถึงขนาดเจาะลึกถึงดัชนีหุ้นหรอกนะค่ะ  เค้าก็จะถามๆเกี่ยวกับสินค้าของไทย ว่ามีคุณภาพจริงหรือเปล่า ( ออกแนวสงสัย )   ซึ่งพวกเค้าได้ยินมาว่า สินค้าของไทยมีราคาถูก จึงเกิดข้อสงสัยว่า คุณภาพจะดีหรือเปล่า   ...  ซึ่งถ้าพูดในทางกลับกัน  สินค้าของจีนนั้นละที่น่าจะตั้งคำถามว่า มีคุณภาพหรือเปล่า  ห้าๆๆ  เพราะข่าวต่างๆอย่างเช่น ลูกอม  ตลอดจนนมผง ที่มีสารปนเปื้อน ต่างก็เป็นสินค้าของประเทศจีน  และที่ขึ้นชื่อและต้องยอมรับในความสามารถของคนจีนก็คือ การลอกเลียนแบบ  ของใช้ต่างๆ ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆจนถึงชิ้นใหญ่ๆ  ของกินจนถึงของใช้  คนจีนก็ได้ก็อปปี้อย่าแนบเนียน .. เป็นความสามารถที่ชาติใดในโลกลอกเลียนแบบได้ยาก
 
 
          หัวข้อถัดมาก็คือ กะเทยไทย  ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ไม่ได้วิจารณ์เป็นการส่วนตัวนะค่ะ แต่เป็นคำถามที่ คนขับแท็กซี่ และคนจีนคนอื่นๆอยากรู้จริงๆค่ะ เนื่องจากสื่อที่ออกไป คือ กะเทยไทยสวย มองไม่ออกเลยว่าเป็นชายมาก่อน  ทำให้คนจีนให้ความสนใจในเรื่องนี้มาก  พวกเค้าจึงมักถามว่า ที่ประเทศไทย กะเทยสวยๆเยอะใช่มั้ย  และพวกเค้ามีสิทธิเสรีภาพ หรือมีข้อจำกัดอะไรในสังคมหรือเปล่า   หรือทางครอบครัว คนรอบข้าง ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มั้ย..  และในบางคนก็จะถามเกี่ยวกับการขายบริการของกะเทย ว่ามีจริงมั้ย ราคาแพงหรือเปล่า แล้วในทางกฎหมาย มีโทษหรือไม่ .. ซึ่งบางคำถามที่เค้ายิงมา เราก็ไม่สามารถตอบได้ และคิดว่า บางคำถาม ก็ไม่จำเป็นต้องตอบด้วย เราคิดว่า ถ้าเงียบไว้น่าจะดีกว่า เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่าถ้าเราตอบไป เค้าจะยิงคำถามอะไรต่อ ...  นี่ก็เป็นอีกหัวข้อยอดฮิตที่พวกเค้าอยากรู้
 
 
         นอกจากนี้ก็จะเป็นหัวข้อย่อยๆ อย่างเช่น ทำไมถึงมาเรียนจีน  เรียนที่ไหน ยังไง  ก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องระหว่างประเทศเท่าไหร ห้าๆๆ 
 
 
        การที่ได้พูดคุยกับคนจีนโดยตรง   นอกจากจะได้ฝึกภาษาไปในตัวแล้ว ก็ยังทำให้เรารู้ว่าพวกเค้ามีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับประเทศไทยและคนไทย  คนเราต่างใจต่างความคิด จะไปว่าพวกเค้าก็ไม่ได้ เพราะไม่ว่าประเทศอะไรก็ย่อมมีทั้งด้านดีและไม่ดี  การที่โลกเราได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้พวกเราทุกคนบริโภคสื่อกันง่ายขึ้น โลกที่กว้างใหญ่กลับกลายเป็นเพียงผลส้มผลเล็กๆจริงๆ  จึงไม่แปลกที่มีคนบางคนมาถามเรื่องในแง่ลบของประเทศไทย แต่ก็มีไม่น้อยนะที่ถามและให้ความสนใจกับสิ่งดีๆของประเทศไทย ..  เราในฐานะที่เป็นนักศึกษาไทย ก็จำเป็นต้องพูดในสิ่งที่ควรพูด และควรเงียบในสิ่งที่เราคิดว่า ถ้าพูดไปก็ไม่มีอะไรดีต่อประเทศในมุมมองของคนๆนั้น  แม้จะเป็นแค่คนๆเดียวที่เราพูดคุยด้วย แต่การพูดปากต่อปากก็ย่อมเกิดขึ้น  จึงเป็นหน้าที่ของเรา ( ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็กๆ) ที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้แก่คนที่อยากรู้และสนใจเกี่ยวกับความเป็นไปของประเทศไทย
 
 
         ใครบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ ... เราคิดว่า ไม่จริงนะ  ขนาดประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ยังให้ความสนใจสถานการณ์ของประเทศไทยเลย  พวกเราคนไทยก็ไม่ควรน้อยหน้าเค้านะค่ะ  อย่างน้อยก็ช่วยกันคนละเล็กละน้อย สร้างภาพลักษณ์ดีๆให้แก่ประเทศ  ทำในสิ่งที่ควรทำ  พูดในสิ่งที่ควรพูด  แก้ไขในสิ่งที่ควรแก้  ...  ทีนี้ไม่ว่าเราไปประเทศไหนในโลก เราก็จะมีความกล้าพอที่จะพูดและภูมิใจในประเทศของเราค่ะ 
 
 
       แต่ก็ขอบอกตามตรงนะค่ะว่า  คนขับรถแท็กซี่จีนบางคน ก็ถามและพูดเชิงดูถูกประเทศไทย แต่เราก็ได้อธิบายและบอกความจริงไป เพื่อให้เค้าได้รับรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร  แต่..เราก็ไม่สามารถบังคับให้เค้ามาเชื่อถือในสิ่งทีเราพูด  เค้ารับฟังแล้วจะเชื่อหรือไม่ หรือมีความคิดเห็นอย่างไรต่อไป เรื่องนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของเค้าอยู่ดี  แต่บางคนมาถามๆ ทำเอาเรา สติแตกก็มีนะ  คุยไปคุยมา แทบจะทะเลาะกันก็มี เนื่องจากเค้าก็คิดว่าสิ่งที่เค้ารับรู้มาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถึงเราจะพูดอะไรไป เค้าก็จะมีข้อมูลอื่นมาอ้าง  ยิ่งพูดยิ่งคุย สถานการณ์ก็ยิ่งแย่  มีหลายครั้งที่แอบหลอกด่าคนถามเหมือนกัน  เกือบมีเรื่องกับคนขับหลายครั้ง  แต่ก็รอดมาได้ ห้าๆๆ เนื่องจากพอเรารู้ว่าเริ่มไปไกลละ เริ่มจะไม่ไหว เราก็จะเงียบๆ ปล่อยให้่เค้าพูดไปตามใจเค้า ...
 
 
        ก็นะ...ไม่ว่าคนประเทศอะไร  ถ้ามัวแต่คิดว่า  สิ่งที่ตัวเองคิดเป็นสิ่งที่ถูก ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดเห็นแบบไหน ...  เราว่า ยังไงก็ทำให้เกิดปัญหาแน่นอน เพราะยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ฟังใคร ..  เมื่อนั้นปัญหาเกิดชัวว์ค่ะ  ดังนั้นอีกเรื่องที่ทำให้เราคิดได้ก็คือ  ควรฟังความเห็นจากคนรอบข้าง อย่ายึดติดกับสิ่งที่ตัวเองคิดจนเกินไป  เพราะถ้ามีคนแบบนี้เยอะๆละก็  สังคมไม่มีทางดีขึ้นแน่นอน เพราะต่างคนต่างจะทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง .. แล้วคำว่า สามัคคี  จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ...  เรารู้สึกว่า ต่อไป คำว่า สามัคคี จำเป็นต้องมีคำอธิบายศัพท์ เพื่อให้คนเราได้เข้าใจ  เพราะว่าต่อไปคำนี้ จะห่างหายไปจากใจของคนมากขึ้น  ถ้าในทุกๆวันเรายังนึกถึงแต่ตัวเอง ...
      วันนี้อาจออกแนวตึงๆนิดนึงนะค่ะ พอดีเรื่องมันพาไป  ก็เอามาเล่าสู่กันฟังนะค่ะ  แล้วเจอกันในครั้งต่อไปค่ะ  อย่าลืมข้อคิดที่ทิ้งท้ายไว้นะค่ะ  เราเองก็จะพยายามเป็นส่วนเล็กๆ ที่จะช่วยให้คนต่างแดนรู้ว่า คนไทยเป็นคนน่ารักจริงๆค่ะ ... 
 
 
 
----------------------------------------------------   再见 !
 
 
คำศัพท์ที่น่าสนใจนะค่ะ
 
1. 打的    da di           แท็กซี่
 
2. 聊天     liao tian     พูดคุย
 
3. 问题      wen ti       คำถาม   ปัญหา
 
4. 回答      hui da       คำตอบ    ตอบ
 
5. 看法      kan fa       ความคิดเห็น
 
6. 想法      xiang fa     ความเห็น
 
7. 办法     ban fa        วิธี
 
8. 合作      he zuo       ร่วมมือ
 
 
ประโยคที่สามารถนำไปใช้ เพื่อจะถามความคิดเห็นของคนอื่น
 
 
你对这件事情 有什么看法?
 
ni dui zhe jian shi qing  you shen me kan fa?
 
สำหรับเรื่องนี้  คุณมีความคิดเห็นอย่างไร?
 
 
 
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
 
 
 
 

edit @ 26 May 2011 20:37:17 by หมั่นโถรสนม

Comment

Comment:

Tweet